หลุดเดี่ยว สกู๊ปออนไลน์

5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง

Array

จากบทความก่อนหน้านี้ที่เคยเท้าความคำว่า”สเกาเซอร์“ไป วันนี้หลุดเดี่ยว สกู๊ปออนไลน์ จึงอยากนำเสนอแบบเจาะลึกเข้าไปอีกกับ 5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีกของหงส์แดง ลิเวอร์พูล

นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรลิเวอร์พูลขึ้นมาในปี 1892 ปีนี้ลิเวอร์พูลก็ครบรอบ 125ปีพอดี แบ่งเป็นสองช่วงคือ 100ปีแรกกับลีกสูงสุดที่ยังเรียกกันว่า ดิวิชั่น 1 ส่วนช่วงที่สองคือ 25 ปีหลังในลีกสูงสุดที่เปลี่ยนมาเรียกกันว่าพรีเมียร์ลีก เราจึงคัดสรรค์เหล่าสเกาเซอร์ใน 25 ปีหลังนี้มาให้ติดตามกันในหัวข้อที่ว่า “ 5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง ”

อันดับที่ 5 สตีฟ แม็คมานามาน

5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง แม็คก้า โกลสตีฟ แม็คมานามาน หรือที่แฟนๆเรียกว่า “ แม็คก้า ” ปีกจอมพริ้วหมายเลข 17 และ 7 เติบโตมาชุดเยาวชนของลิเวอร์พูลเพียง 2 ปีเท่านั้นก่อนจะมีโอกาสได้สัมผัสเกมชุดใหญ่ในวัยเพียง 18 ปีของฤดูกาล 1990-91 ไปได้ 3 เกม และในฤดูกาลต่อมา 1991-92 เขาก็มีชื่อในทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการ

เพียงฤดูกาลแรกที่เขาได้อยู่กับทีมชุดใหญ่อย่างเป็นทางการ ก็เขาสามารถพาหงส์แดงคว้าแชมป์ เอฟเอคัพ และเป็นดาวซัลโวของถ้วยในนี้อีกด้วยที่ 3 ประตู

ต่อมาในฤดูกาล 1994-95 เขาเป็นผู้ยิงประตูให้กับลิเวอร์พูล เฉือนชนะโบลตัน ในบอลถ้วยลีก คัพ รอบชิงชนะเลิศ ไปได้ 2-1 ซึ่งเขาเป็นคนยิงประตูทั้งสองลูก

เขารับใช้สโมสรมายาวนานถึงปี 1998-99 ลงสนามไปทั้งหมด 364เกม ยิงประตูไปได้ 66 ประตู รวมทุกรายการที่ลงเล่น ได้แชมป์กับลิเวอร์พูลไป 2 รายการเท่านั้น รางวัลส่วนตัว ที่ได้คือ Alan Hardaker Trophy ที่มาพร้อมกับถ้วยลีกคัพในปี 1995 และ PFA Team of the Year ในปี 1996-97

เรียกได้ว่าหากคู่ปรับอย่างแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดมีปีกพ่อมด ไรอัน กิ๊กส์ หงส์แดงลิเวอร์พูลก็มี แม็คก้า นี่แหละไว้ต่อกร หลังเขายังไม่ทัพทีมกับ เรอัล มาดริด ในปี1999-00 นับได้ว่ายังไม่มีปีกคนใดที่จะมีลวดลายและลีลาเท่าแม็คก้าอีกเลย5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง แม็คก้า

 

 

อันดับที่ 4 ไมเคิ่ล โอเว่น

5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง โอเวน โกล์ไมเคิ่ล โอเว่น หรือที่เหล่าแฟนๆเรียก “เบบี้โกล” เข้าสู่อะคาเดมี่ของหงส์แดงตั้งแต่อายุ 12ปี ก่อนจะมีชื่อในทีมชุดใหญ่ปี 1996-97 ถึงแม้ปีแรกเขาจะได้ลงเล่นแค่ 2 นัดแต่เขาก็สามารถยิงไปได้ 1 ประตู

ในปีต่อมา 1997-98 เขาก็โชว์ฟอร์มอันร้อนแรงยิงไป 23ประตูจาก 44เกมทุกรายการ เป็นดาวซัลโวของทีม อีกทั้งยังเป็นดาวซัลโวของลีกอีกด้วยที่ 18 ประตู ร่วมกับนักเตะอีก 2คน แถมยังคว้ารางวัล PFA Young Player of the Year และ PFA Team of the Year อีกด้วย ในปีนั้นเขาอายุเพียง 18 ปีเท่านั้น

ช่วงที่นับว่าพีคที่สุดของเขาคือปี 2000-01 เขาพาทีมคว้าทริปเปอร์แชมป์ได้ จากรายการ เอฟเอคัพ, ลีก คัพ และยูฟ่าคัพ ปีนั้นเขายิงไปได้ 24 ประตูจากการลงและ 46เกม แถมช่วงต้นฤดูกาล 2001 พาทีมเก็บได้อีก 2แชมป์คือ คอมมูนิตี้ชิลด์ และยูฟ่า ซุปเปอร์คัพ ทำให้เขาผงาดขึ้นคว้ารางวัล บัลลงดอร์ ไปครอง

เขาค้าแข้งกับลิเวอร์พูลถึงฤดูกาล 2003-04 ลงสนามไปทั้งสิ้น 297 เกมยิงได้ 158 ประตู แล้วย้ายไปร่วมกับ เรอัล มาดริด, นิวคาสเซิล, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และสโต๊ค ซิตี้ ถึงแม้ในช่วงที่เขาจะสวมยูนิฟอร์มของผีแดง และทำให้เหล่าเดอะค็อป เกลียดชังเขา แต่ก็เชื่อว่าเดอะค็อปหลายๆคนก็คงคิดถึง สเกาเซอร์ร่างเล็กมากด้วยพรสรรค์รายนี้ไม่น้อยเลยทีเดียว5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง โอเวน

 

 

อันดับที่ 3 เจมี่ คาร์ราเกอร์

5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง คาร์ร่าเจมี่ คาร์ราเกอร์ ปราการหลังวันแมนคลับ คนล่าสุดของลิเวอร์พูล คาร์ร่า สวมชุดเยาวชนหงส์แดงตั้งแต่อายุ 10ขวบ ก่อนจะก้าวขึ้นสู่ชุดใหญ่ ในฤดูกาล 1996-97 ด้วยวัยเพียง 18 ปี เขาลงสนามไป 3เกม แถมได้ทำได้อีก 1 ประตูอีกด้วย

คาร์ร่ามีความโดดเด่นที่วินัยเกมรับสูง มีสามธิกับเกมอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีรางวัลส่วนตัวมากมายเหมือนกับนักแนวรุก แต่เขาก็ยังคว้าทริปเปอร์แชมป์ร่วมกับ ไมเคิ่ล โอเวนและสตีเฟ่น เจอร์ราร์ดมาแล้ว

นับตั้งแต่ฤดูกาลที่ 3 ของเขาในชุดใหญ่คือปี 1999-99 จนถึง 2009-10 เป็นเวลาช่วง 12 ปีที่เขาลงเล่นในเกมลีกไม่ต่ำกว่า 33 นัด เว้นปี 2003-04 ที่เขามีอาการบาดเจ็บและลงเล่นไปเพียง 22 เกม

อย่างไรก็ตามเราก็ยังมีชื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การคว้าแชมป์มากมายกับสโมสรแห่งนี้ ไม่ว่าจะเป็น เอฟเอ คัพ 2ครั้ง, ลีก คัพ 3ครั้ง, คอมมูนิตี้ชิลด์ 2ครั้ง, ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ และยูโรป้าลีก อย่างใบ แถมยูฟ่าซุปเปอร์คัพ อีก2ครั้ง

คาร์ราเกอร์ประกาศแขวนสตั๊ดในปี 2012-13 เขาฝากสถิติในการรับใช้สโมสรถึง 737 เกมแบ่งเป็นพรีเมียร์ลีก 508เกม บอลยุโรปอีก 150 เกม และอีก 4 ประตูรวมทุกรายการ เขาอยู่ในชุดของหงส์แดง ลิเวอร์พูลไปทั้งสิ้น 17 ฤดูกาล บวกชุดเยาวชนไปอีก 8ปี คงไม่ต้องบอกอะไรมากนักถึงความจงรักภักดีแก่สโมสรแห่งนี้ และแฟนๆก็รักเขาเช่นกัน5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง คาร์ร่า แชมป์

 

อันดับที่ 2 ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง ฟาวเลอร์ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ หรือที่แฟนต่างเรียกกันว่า “เดอะ ก็อด” ตำนานศูนย์หน้าเบอร์ 9 ของทีมหงส์แดง เขาร่วมทัพ อะคาเดมี่ของลิเวอร์พูลตั้งแต่อายุ 9ขวบ ก่อนจะก้าวขึ้นมาสู้ชุดใหญ่ด้วยวัยเพียง 18 ปี ในฤดูกาล 1993-94 และในปี้นี้เราก็ยิงให้ลิเวอร์พูลไปได้ 18ประตู การจากลงเล่น 34 เกมทุกรายการ

ในปีต่อมา ฟาวเลอร์ก็ได้ระเบิดฟอร์มสุดฮอต ยิงให้ลิเวอร์พูลไปได้ถึง 31ประตู ตามด้วย 36ประตูในปีต่อมา ทำให้เขาคว้ารางวัล PFA Young Player of the Year Award มาได้ทั้งสองฤดูกาล ในฤดูกาลต่อมาเขาก็ยิงไปอีก 31 เกม ซึ่งทั้งสามปีที่กล่าวมานี้เป็นปีที่เขาเป็นดาวซัลโวของทีมอีกด้วย และเขามีอาการบาดเจ็บหนักที่เข่าในปี 1997-98 แต่เมื่อเขากลับมาฟอร์มของเขาก็ไม่กลับมาสมบูรณ์ 100% อีกต่อไป

ฟาวเลอร์ยังคงมีชื่อร่วมกับลิเวอร์พูลชุดทริปเปอร์แชมป์ อย่างเอฟเอ คัพ, ลีก คัพ และยูฟ่า คัพ ในฤดูกาล 2000-01

หลังจากได้ทริปเปอร์มาแล้ว ฟาวเลอร์ก็ย้ายออกจากทีม ไปเล่นกับ ลีดส์ ยูไนเต็ด และแมน ซิตี้ ก่อนจะกลับมาค้าแข้งในถิ่นแอนฟิลด์อีกครั้งในฤดูกาล 2005-06 และปี 2006-07 เป็นเวลานั้นเพียงสองฤดูกาล แต่เขาก็ยังยิงไปได้ 12 ประตู

เขาฝากสถิติเอาไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นการกดแฮตทริค ที่ใช้เวลาไปเพียง 4นาที่33วินาที การทำแฮตทริคในพรีเมียร์ลีกไป 9ครั้ง เป็นรองแค่อลัน เชยร์เรอร์ที่ 11ครั้ง หรือจะเป็นการยิงคนเดียวไป 5 ลูกในเกมที่เจอฟูแล่ม และสุดท้ายเขายิงให้ลิเวอร์พูลไปทั้งสิ้น 138 จากการลงเล่นไป 369 ร่วมทุกรายการ5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง ฟาวเลอร์2005

 

อันดับที่ 1 สตีเว่น เจอร์ราร์ด5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง เจอร์ราร์ด

สตีเว่น เจอร์ราร์ด หรือ “สตีวี่ จี” ของแฟนๆ กัปตันทีมตำนานหมายเลข 8 ของสโมสร ก้าวเข้าสู่รั้วอะคาเดมี่ของลิเวอร์พูล ด้วยวัยย่างเข้าสู่อายุ 9 ขวบ ก่อนจะขึ้นสู่หงส์แดงชุดใหญ่ในปี 1998-99 ด้วยวัย 18 ปี ซึ่งในตอนนั้นเขาถูกจับไปเล่นในตำแหน่งแบ็คขวา

เจอร์ราร์ด ได้รับบทบาทเป็นกัปตันทีมตั้งแต่ปี 2003 จากกุนซือเฌราร์ อุลลิเยร์ ด้วยวัยเพียง 23 เท่านั้น และพาทีมคว้าแชมป์มาได้หลายรายการไม่ว่าจะเป็น ทริปเปอร์แชมป์ในปี 2000-01,เอฟเอคัพ 2สมัย,ลีก คัพ อีกสอง คอมมูนิตี้ชิลด์ 1 ครั้ง และถ้วยยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกอีก 1 ครั้ง

เขาถือเป็นหัวใจสำคัญของทีมลิเวอร์พูลในยุคนั้น เขาเป็นคนทำประตูสำคัญในนัดชิงแชมเปี้ยนส์ลีกปี 2004-05 กับมิลาน โดยเขาโหม่งให้ลิเวอร์พูล ตีไข่แตก 3-1 ก่อนะจะกลับมาเสมอ 3-3 และชนะการดวลจุดโทษชนะไป และอีกครั้งกับนัดชิง เอฟเอ คัพกับเวสแฮม ยูไนเต็ดในปี 2005-06 เขาเป็นผู้ทำประตูให้ทีมไล่เวสแฮมมา 3-2 และยิงตีเสมอ 3-3 ก่อนจะคว้าแชมป์ไปครอง

และดูเหมือนว่าตัวเจอร์ราร์ดเองจะไปได้ไกลว่าทีมลิเวอร์พูล ทางโฆเซ่ มูรินโญ่ จึงได้ชักชวนเขามาร่วมทีม 4-5 ครั้ง ไม่ว่าจะเป็นตอนที่คุมเชลซี, เรอัล มาดริด หรืออินเตอร์ มิลาน แต่เจอร์ราร์ดเองก็ยังเลือกที่จะแบกรับหน้าที่ในทีมลิเวอร์พูลไว้ต่อไป

ถึงแม้เจอร์ราร์ดจะไม่ประสบความสำเร็จในลีกสูงสุด แต่รางวัลส่วนตัวก็มีให้เขามากมายแทบทุกปี ไม่ว่าจะเป็น PFA Young Player of the Year , PFA Players’ Player of the Year หรือแม้แต่ PFA Premier League Team of the Year อีก8 ฤดูกาล และอีกมากมายในระดับสโมสรยุโรป และนานาชาติ โดยตลอด 710 เกมที่ลงเล่นให้ลิเวอร์พูล เขาเล่นเพื่อทีมและเหล่าแฟนบอลอย่างแท้จริง จึงทำให้เขากลายเป็น สเกาเซอร์ที่ดีที่สุดอันดับ 1 แห่งยุคพรีเมียร์ลีก5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง เจอร์ราร์ด ucl

5 สเกาเซอร์ ที่ดีที่สุดในยุคพรีเมียร์ ลีก ของหงส์แดง 2001

เข้ามาติดตาม ผลบอล อัพเดทกันที่ได้ที่นี่ ทุกวัน !!

อีกหนึ่งช่องทาง @looddeaw Line id แอดกันเข้าได้ฟรี ! ข่าวสารง่ายๆ ส่งตรงถึงมือคุณ
กดไลค์เฟซบุ๊ค หลุดเดี่ยว ติดตามง่าย ๆ ไลค์เลย

Comments

comments

Array

Related Articles

Close