Chat with us, powered by LiveChat
หลุดเดี่ยว สกู๊ปออนไลน์

สรุป 5 ข้อสำคัญ จบเกม”หงส์แดง”เปิดรังถล่ม”เรือใบสีฟ้า”เละเทะ 3-1

Array

สรุป 5 ข้อสำคัญ หลังจบเกม ลิเวอร์พูล เปิดรังแอนฟิลด์ ถล่ม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ขาดลอย 3-1 รักษาสถิติไร้พ่ายฤดูกาลนี้ ขยับแต้มหนีห่างรองจ่าฝูง 8 แต้ม

 

สรุป 5 ข้อสำคัญ จบเกมคู่บิ๊กแมตท์ประจำสัปดาห์ที่ 12 เจ้าบ้าน “หงส์แดง” เปิดบ้านไล่ถล่ม “เรือใบสีฟ้า” 3-1 โดยได้ประตูขึ้นนำเร็วจาก ฟาบินโญ่ และ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ช่วยทีมออกนำ 2-0 ในครึ่งแรก

ก่อนที่ครึ่งหลังจะบวกเพิ่มอีกลูกจาก ซาดิโอ มาเน่ และช่วงท้ายเกม แมน ซิตี้ ได้ประตูตีตื้นจาก แบร์นานโด ซิลวา แต่ก็จบเกมด้วยสกอร์ 3-1

ผลการแข่งขันนัดนี้ ทำให้ ลิเวอร์พูล เก็บเพิ่มเป็น 34 แต้ม รั้งจ่าฝูงเหนียวแน่น เป็นทีมเดียวที่ยังไม่แพ้ในลีกฤดูกาลนี้ แถมยังรักษาสถิติไร้พ่ายในแอนฟิลด์ โดยเอาชนะ แมน ซิตี้ 6 นัดติดต่อกัน นับตั้งแต่ปี 2016 และเป็นสถิติไม่น่าจดจำของ ซิตี้ เมื่อไม่สามารถบุกมาชนะ ลิเวอร์พูล เป็นปีที่ 16 ติดต่อกัน

 

 

 

สรุป 5 ข้อสำคัญ จบเกม"หงส์แดง"เปิดรังถล่ม"เรือใบสีฟ้า"เละเทะ 3-1

1. โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ฟอร์มฮอตในบ้าน

ซาลาห์ เล่นไม่ได้โดดเด่นมากนักในเกมนี้ แต่ทว่าก็มีส่วนร่วมกับเกมรุกตลอด 90 นาที และทุกครั้งที่มีโอกาสทำประตู ซาลาห์ ไม่ทำให้แฟนบอลผิดหวัง หลังโหม่งทำประตูสำเร็จในโอกาสแรก

ทำให้ตอนนี้ โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ทำสถิติมีส่วนร่วมกับการได้ประตู 52 ลูก จากการลงเล่นที่แอนฟิลด์ 44 เกม (ยิง 38 ประตู แอสซิสต์ 14 ครั้ง) จนได้รับฉายาจากเหล่าเดอะ ค็อป ว่า คิง ออฟ แอนฟิลด์

 

 

 

สรุป 5 ข้อสำคัญ จบเกม"หงส์แดง"เปิดรังถล่ม"เรือใบสีฟ้า"เละเทะ 3-1

2. แนวรุก ลิเวอร์พูล อันตรายสุดๆ 

เกมรุกของ “หงส์แดง” นัดนี้โชว์ฟอร์มเข้าฝักทุกราย แม้จะครองบอลน้อยกว่า แมน ซิตี้ แต่ทว่าทุกครั้งที่มีโอกาส ลิเวอร์พูล เฉียบคมมากกว่า เห็นได้ชัดจากจังหวะขึ้นนำเร็ว 2 ลูกแรก

ขณะที่ เซร์คิโอ อเกวโร่ พลาดโอกาสยิงประตูหลายครั้งในนัดนี้ ทำให้ตอนนี้ดาวยิงวัย 31 ปี ยังรักษาสถิติเลวร้ายยามเล่นที่แอนฟิลด์ต่อไป หลังยิงประตูไม่ได้แม้แต่ลูกเดียว นับตั้งแต่ค้าแข้งที่พรีเมียร์ลีก ถือว่าเป็นของแสลง อเกวโร่ จริงๆ

 

 

 

สรุป 5 ข้อสำคัญ จบเกม"หงส์แดง"เปิดรังถล่ม"เรือใบสีฟ้า"เละเทะ 3-1

3. ฟาบินโญ่ เล่นโดดเด่นขึ้นเรื่อยๆ

ฟาบินโญ่ ก้าวขึ้นเป็นตัวหลักของทีมนับตั้งแต่ซีซั่นก่อน และตอนนี้ก็กลายเป็นขวัญใจเหล่าเดอะ ค็อป เรียบร้อยแล้ว แถมตอนนี้เป็นคีย์แมนสำคัญที่ เจอร์เก้น คล็อปป์ จะขาดไม่ได้แล้ว

ฟอร์มการเล่นของห้องเครื่องบราซิเลี่ยนในแมตท์นี้ ทำได้ดีสุดๆ หลังซัดไกลระยะ 25 หลา พาทีมขึ้นนำเร็วตั้งแต่ 10 นาที ตลอดทั้งเกมก็คอยเชื่อมให้ไหลเลื่อน แถมยังขยันวิ่งไล่บอลไม่มีหมด จนได้รับรางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตท์ ไปครอง

 

 

 

สรุป 5 ข้อสำคัญ จบเกม"หงส์แดง"เปิดรังถล่ม"เรือใบสีฟ้า"เละเทะ 3-1

4. วีเออาร์ มีดราม่าอีกแล้ว 

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆว่า วีเออาร์ มีผลกับแมตท์นี้สุดๆ ประเด็นดราม่าครั้งแรกเป็นจังหวะประตูขึ้นนำ 1-0 ของ ลิเวอร์พูล จากลูกยิงของ ฟาบินโญ่ ก็มีประเด็นเกิดขึ้น เพราะก่อนหน้านั้น เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ทำแฮนด์บอลในเขตโทษ แต่ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ ปล่อยให้เกมเล่นต่อไป

จากนั้นจังหวะที่ ลิเวอร์พูล ได้ประตูนำห่าง 2-0 วีเออาร์ ยืนยันว่า ซาลาห์ ไม่ล้ำหน้า จนเกิดประเด็นถกเถียงกันพอสมควรว่าควรได้ประตูหรือไม่ ?

ส่วนประเด็นดราม่าสุดท้ายคือจังหวะที่ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง เลี้ยงบอลเข้ากรอบเขตโทษก่อนจะเปิดบอลไปโดนมือของ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ แต่ผู้ตัดสิน ไมเคิ่ล โอลิเวอร์ กลับปฏิเสธไม่ให้จุดโทษ จนฝั่ง เปป กวาร์ดิโอล่า แสดงความไม่พอใจอย่างหนัก ทำให้เกิดประเด็นเถียงกันหลังจบเกม

 

 

 

สรุป 5 ข้อสำคัญ จบเกม"หงส์แดง"เปิดรังถล่ม"เรือใบสีฟ้า"เละเทะ 3-1

5. ปัญหานักเตะตัวหลักบาดเจ็บของ “เรือใบสีฟ้า”

เห็นได้ชัดว่า 11 ตัวจริงของ แมน ซิตี้ เมื่อคืนนี้ ไม่ใช่ชุดฟูลทีมที่สุด ทำให้ กวาร์ดิโอล่า ต้องเลือกโรเตชั่นทีมหลายตำแหน่งในเกมรับ

ไล่ตั้งแต่ผู้รักษาประตูที่ เอแดร์ซอน บาดเจ็บจากเกมยุโรปกลางสัปดาห์ ทำให้จำเป็นต้องส่ง เคลาดิโอ บราโว่ มือกาววัยเก๋าลงเฝ้าประตูแทนที่

ส่วนแผงเกมรับก็เจอปัญหาเซนเตอร์แบ็คบาดเจ็บ ทำให้ต้องขยับ แฟร์นานดินโญ่ รับหน้าที่จำเป็นต่อไป ส่วนแบ็คซ้ายก็เจอเหมือนกัน ทำให้ต้องส่ง แองเจลิโน่ ออกสตาร์ทตัวจริงแทน ส่วนเกมรุกก็ขาด ดาบิด ซิลวา ที่ยังไม่ฟิตเต็มร้อย

ส่งผลให้ประสิทธิภาพของทีมไม่สามารถระเบิดฟอร์มเก่งออกมาได้ เห็นได้จากความพยายามของ เควิน เดอ บรอยด์ ที่ต้องรับภาระหนักคอยสร้างสรรค์เกมอยู่คนเดียว ถือว่าลดความอันตรายได้เยอะ

 

Comments

comments

Array

Related Articles

Close